ภายใต้ความสนุกสนานของการผจญภัยที่วันเดอร์ฟรุ๊ตมอบให้เหล่าวันเดอเรอร์ นั้นแฝงไปด้วยปณิธานที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมและชุมชน เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักและเรียนรู้ร่วมกันตลอด 4 วันเต็ม  เรื่องเหล่านี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ใหม่ หรือน่าตื่นเต้น แต่มันคือพื้นฐานที่เราตั้งใจให้เกิดขึ้นในทุกๆ กิจกรรม เพราะวันเดอร์ฟรุ๊ตคือพื้นที่ที่ความสนุกและการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมมาบรรจบกัน และนี่คือตัวอย่าง 12 สิ่ง ที่เราสอดแทรกไว้จนทำให้คุณสนุกและเพลินแบบไม่รู้ตัว!

  1. รวงข้าวเหนียวมากกว่า 17 ไร่ ถูกเก็บเกี่ยวด้วยความพิถีพิถันเพื่อนำมาประดับโครงสร้างเวที ฟาร์ม สเตจ เวทีที่เป็นความภาคภูมิใจของวันเดอร์ฟรุ๊ต หลังจากจบงานแล้ว รวงข้าวเหล่านี้จะถูกนำไปสีเพื่อเป็นเมล็ดข้าวชั้นดี และนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชน เพื่อนำไปรับประทานหรือเลี้ยงตามประเพณีดั้งเดิมของไทย
  2. น้ำดื่มที่ชุ่มฉ่ำและคลายร้อนได้เป็นอย่างดีจากจุดเติมน้ำฟรีทั่วงาน เป็นน้ำที่มาจากทะเลสาบภายในงาน พร้อมผ่านกรรมวิธีต่างๆ เพื่อให้เป็นน้ำสะอาด ปลอดภัยและมีคุณภาพสำหรับการดื่มให้สดชื่นตลอดทั้งวัน
  3. ไม้ไผ่ถือเป็นโครงสร้างหลักสำหรับเวที และศิลปะต่างๆ ภายในวันเดอร์ฟรุ๊ต ตั้งแต่เวทีสุดมันส์อย่าง The Quarry จนถึงมุมที่ทุกคนได้สร้างสรรค์และทำกิจกรรมร่วมกันอย่าง The Sharing Neighbourhood โครงสร้างไม้ไผ้เหล่านี้ถูกนำมาใช้ใหม่จากเมื่อปีที่แล้ว และปีนี้มันจะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งเช่นกันในรูปแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจและแตกต่างออกไปจากเดิม
  4. ดีไซน์และการตกแต่งภายในงานที่มีสไตล์ถูกสร้างมาจากขยะรีไซเคิลทั้งหมด อาทิเช่น ถังขยะ Trash Monsters จากสุ่มไก่ที่ไม่ใช้แล้วพร้อมตกแต่งด้วยลูกปัดหลากสี  ทำให้เจ้าถังขยะนี้ดูเป็นมิตรมากขึ้น หรือ Wonder Kar รถดีไซน์เก๋ที่วิ่งชมวิวรอบๆ งาน ก็ถูกประดับประดาไปด้วยฝาขวดน้ำมากกว่า 25,000 ฝา เช่นกัน
  5. ภาชนะจากทุกร้านภายในงานนั้นเป็นพลาสติกที่ย่อยสลายได้ (Biodegradable) ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และอาหารที่รับประทานนั้นจะไม่มีสารเคมีจากภาชนะตกค้างอย่างแน่นอน
  6. เหล่าวันเดอเรอร์ได้มีส่วนร่วมในการปลูกต้น Mangrove มากกว่า 1,000 ต้น ใน Thor Heyerdahl Climate Park ประเทศเมียนมาร์ เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ ผ่านการซื้อเครื่องดื่มสุดพิเศษ “Mangrove Drink” ภายในงาน ซึงเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ #wewillkeepwalking โดย Johnnie Walker
  7. วันเดอร์ฟรุ๊ตยังสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมในเชิงสร้างสรรค์ กับการเป็นผู้นำของเฟสติวัลที่ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ด้วยการสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ Rimba Raya Biodiversity Reserve ในประเทศอินโดนีเซีย
  8. ผนังใบไม้ที่กั้นห้องน้ำภายในงาน สร้างจากใบไม้แห้งที่ถูกสานขัดแต่งอย่างประณีตและพิถีพิถันโดยกลุ่มแม่บ้าน ช่างฝีมือในจังหวัดขอนแก่น ส่วนหลอดไฟ LED ที่ให้ความสว่างภายในห้องน้ำใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่ให้ประสิทธิภาพสว่างยาวนานมากกว่า 120 ชั่วโมง
  9. โครงสร้างของห้องน้ำใน Boutique Camping ถูกสร้างจาก pallets รีไซเคิลทั้งหมด
  10. F.A.C.T. Collective ได้ร่วมสร้างสรรค์อาหารใน Wonder Feasts โดยผสมผสานอาหารเหนือคู่กับอาหารใต้ โดยใช้วัตถุดิบที่ปลูกและเก็บเกี่ยวจากพืชผักสวนครัว จากเกษตรกรท้องถิ่นและกลุ่มชาวเขามาปรุงอาหารด้วยวิธีดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์
  11. Intermission กิจกรรมของวันเดอร์ฟรุ๊ตที่เปิดโอกาสให้กับศิลปินหน้าใหม่และนักดนตรีมือสมัครเล่นที่ไม่เคยทำผลงานมาก่อน ร่วมสมัครและคัดเลือกเข้าร่วมเวิร์คช็อปกับโปรดิวเซอร์รุ่นเก๋าอย่าง Howie B ที่มาเป็น Mentor ให้จนถึงวันแสดงจริงบนเวที Living Stage เช่นเดียวกับศิลปินนานาชาติ
  12. ในปีที่ผ่านมา Joy Collective ได้ร่วมกับวันเดอร์ฟรุ๊ตครีเอทแคมป์เล็กๆ เป็น The Rainforest Pavilion จำลองนิทรรศการที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจพร้อมกับเหล่าดีเจสุดมันส์ตลอดทั้งคืนและที่นี่ยังเป็นเวที Scratch Talks สำหรับนัดพูดคิวทองสุดสร้างสรรค์ ที่มาในธีม Eco Heros อีกด้วย