At Wonderfruit, our ethos is to encourage, develop and innovate creative solutions for sustainable living and bring together a global community to celebrate them.

Reimagining Wonderfruit as a pop-up city

 

เราเริ่มนึกถึงกลไกพื้นฐานที่ขับเคลื่อนเมืองของเรา ตั้งแต่การจัดการขยะ ระบบสารณูปโภค การคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ การจัดการพลังงานและอาหาร ไปจนถึงระบบสังคมและการมีส่วนร่วมของผู้คน และคิดต่อยอดว่าเราจะพัฒนาให้แต่ละองค์ประกอบสัมพันธ์กันอย่างยั่งยืนได้อย่างไร มาร่วมกันออกแบบและทดลองแนวทางใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงปัจจัยเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์เมืองในแบบที่เราอยากจะเห็น

Live. Love. Wonder.

SUSTAINABLE CREATIVE EXPERIENCES

จากประสบการณ์ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เราได้สร้างสรรค์วิถีความยั่งยืนผ่านความหลากหลายในงาน ทั้ง Art & Architecture, Farm to Feasts, Music, Family, Talks & Workshops และ Wellness สำหรับปีนี้เรายังคงสานต่อแนวทางนี้เพื่อให้คนจากทั่วโลกได้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ด้วยกัน

Poster_2_lineup
2019
Poster_1_lineup
2019
Poster_2
2018
Poster_3
2017
Poster_4
2016
Poster_5
2015
Poster_5
2014
A celebration of the creative energy radiating out of the Southeast Asian diaspora, and hopefully, a glimpse into a new way of living.
VICE Asia www.vice.com/en_asia
award1
award2
From the Wonderpost
16 กันยายน 2562
Sustainable Living in The Fields
ทำง่ายแต่ได้มาก มาใช้ชีวิตตามวิถีความยั่งยืนด้วยกันที่วันเดอร์ฟรุ๊ต   วันเดอร์ฟรุ๊ตเป็นเฟสติวัลที่ต้องการจุดประกายการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน เราไม่เพียงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาโดยคำนึงถึงแนวทางความยั่งยืนในทุกรายละเอียด แต่ยังแสดงความรับผิดชอบต่อการใช้งานสถานที่และทรัพยากรต่างๆ ในเมืองจำลองป๊อปอัพซิตี้แห่งนี้ ด้วยการคืนสภาพเดิมหรือปรับเปลี่ยนสภาพเพื่อการใช้ประโยชน์ในระยะยาว อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะถึงงานแล้ว เราอยากให้ทุกคนเตรียมตัวมาร่วมประสบการณ์ในสไตล์วันเดอร์ฟรุ๊ตไปพร้อมๆ กัน   วิถีความยั่งยืนแบบวันเดอร์ฟรุ๊ตไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือยากเกินจะทำได้ในชีวิตประจำวัน และถ้าต่างคนต่างปฏิบัติตามแนวทางนี้ก็จะส่งผลดีโดยรวมต่อโลกของเรา เพียงแค่คุณคิดสักนิดว่าจะลดการสิ้นเปลืองในส่วนไหนได้บ้าง จะรีไซเคิลวัสดุที่ใช้แล้วอย่างไร หรือมีวิธีไหนที่สามารถทิ้งร่องรอยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้น้อยที่สุด สิ่งเหล่านี้ทำได้ง่ายมาก ทั้งยังทำให้คุณสนุกกับการใช้ชีวิตอีกด้วย เรามีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์เพื่อสิ่งแวดล้อมมาให้คุณได้ลองนำไปใช้ในงานวันเดอร์ฟรุ๊ต ธันวาคมนี้   Getting here แม้ว่าในทุกๆ การเดินทางจะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นต์ก็ตาม แต่ก็มีอีกหลายตัวเลือกที่ช่วยลดผลเสียต่อส่ิงแวดล้อมจากการเดินทางมางานวันเดอร์ฟรุ๊ต ง่ายๆ เลยคือการนั่งรถมากับเพื่อน ทั้งได้คุยกันสนุกสนานบนรถและลดการสิ้นเปลืองพลังงานไปในตัว รวมถึงเลือกใช้ยานพาหนะประเภทคอีโคคาร์ก็เป็นตัวเลือกที่สามารถทำได้เช่นกัน หรือถ้าเป็นการเดินทางไกลจากต่างแดน ปัจจุบันก็มีทางเลือกให้คุณชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ เช่น เดินทางจากลอนดอนมากรุงเทพฯ สร้างคาร์บอนในปริมาณเทียบเท่า 1.5 ตัน ซึ่งคุณสามารถชดเชยการปล่อยคาร์บอนจำนวนนี้ได้ ด้วยการสนับสนุนคาร์บอนเครดิตของธุรกิจหรือโปรเจกต์เพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในราคาไม่ถึง 1,000 บาท   The getup อีกหนึ่งความสนุกของเหล่าวันเดอเรอร์ที่มางานก็คือการแต่งตัว หลายคนเตรียมตัวเป็นอย่างดีเพื่อให้มั่นใจว่าสวยงามโดดเด่นและคล่องตัวพร้อมเก็บความประทับใจกับทุกโมเมนต์ในงาน ตั้งแต่ปีนขึ้นไปถ่ายรูปบนหลังรถ Molam Bus หรือปาร์ตี้ในช่วงกลางคืน และอยู่ยาวไปจนถึงเช้าของอีกวันที่ Solar Stage นอกจากจะคำนึงถึงความสวยงามและความสะดวกแล้ว เราอยากให้คุณคิดเผื่อถึงการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในงานด้วย ดังนั้นเป็นไปได้หรือไม่ถ้าจะไม่ใช้เครื่องประดับพลาสติก หรือไม่นำพร็อพเก๋ๆ แต่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งติดตัวมาด้วย ไปจนถึงลดการเลือกใส่เสื้อผ้าแบบวงจรสั้น หรือ fast fashion และภายในงานของเรายังมีเวิร์คช็อปให้คุณได้ประดิษฐ์เครื่องประดับจากวัสดุธรรมชาติใส่เอง รวมถึงมีร้านค้ามากมายให้คุณได้ช้อปสินค้าแฟชั่นในสไตล์รักษ์โลก ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีเช่นกัน   Get involved  เวิร์คช็อปในวันเดอร์ฟรุ๊ตล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้คุณรู้จักการใช้ชีวิตควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม มาลองคิดใหม่ทำใหม่ด้วยกันผ่านเวิร์คช็อปหลายรูปแบบภายในงาน ที่มีทั้งการอัพไซเคิลวัสดุเหลือใช้ การถนอมอาหารด้วยวิธีธรรมชาติ การย่อยสลายขยะอินทรีย์เพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ และยังมีกิจกรรมอีกมากมายให้คุณได้มาลองทำด้วยกัน   Reduce, reuse, refill เช่นเดียวกับทุกๆ ปี วันเดอร์ฟรุ๊ตยังคงใช้นโยบายห้ามใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างเคร่งครัด ดังนั้นร้านค้าในงานของเราจะใช้ภาชนะ ช้อนส้อม หรือบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุย่อยสลายได้ 100% เพื่อลดการทิ้งร่องรอยคาร์บอนฟุตพริ้นท์หลังงานจบแล้วให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้แก้วน้ำยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณสามารถช่วยเราลดการสร้างขยะได้ง่ายๆ เพียงเตรียมแก้วเติมน้ำมาเองหรือซื้อแก้วน้ำสแตลเลสที่หน้างาน ซึ่งคุณสามารถนำกลับมาใช้ต่อในชีวิตประจำวันของได้ด้วย   เราหวังว่านอกจากคุณจะได้สนุกกับงานแล้ว วันเดอร์ฟรุ๊ตจุดประกายให้คุณนำแนวทางความยั่งยืนตามความยั่งยืนของวันเดอร์ฟรุ๊ตและประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้จากงานไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 
9 กันยายน 2562
Intermission 2019
Intermission 2019 เปิดรับสมัครแล้ว   ถ้าคุณเป็นนักดนตรีที่มีความมุ่งมั่น รักการทำเพลง และอยากนำผลงานมาขึ้นโชว์ในเวทีที่วันเดอร์ฟรุ๊ต ให้เหล่าวันเดอเรอร์ที่มาร่วมงานจากทั่วโลกได้ชมผลงานของคุณ โปรแกรม Intermission ของเราเปิดโอกาสให้คุณนำงานเพลงมาออดิชัน เพื่อคว้าโอกาสขึ้นแสดงบนเวทีใหญ่ในวันเดอร์ฟรุ๊ต ธันวาคมนี้   ในทุกปี Howie B โปรดิวเซอร์มากความสามารถที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกมากมาย เช่น Björk, U2, Tricky, Siouxsie และ The Banshees จะมาดูแลและทำงานกับทีมนักดนตรีที่ผ่านการคัดเลือกก่อนจะขึ้นโชว์ที่เวที Creature Stage เป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะได้เรียนรู้และทำงานกับผู้อยู่เบื้องหลังวงการดนตรีมืออาชีพท่านนี้   สมัครเข้ามาออดิชัน Intermission 2019 กับเรา ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ชั้นนำของโลกและขึ้นโชว์ที่วันเดอร์ฟรุ๊ต   ส่งเดโมของคุณมาที่ intermission@wonderfruitfestival.com    เปิดรับเดโมในรูปแบบของไฟล์เพลงหรือลิ้งค์จาก Souncloud, Youtube ฯลฯ โดยส่งมาอย่างน้อย 3 เพลง หรือจะส่งมามากกว่านั้นก็ได้   หมดเขตส่งผลงานวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562
4 กันยายน 2562
What’s with all the takeovers?
มีเทคโอเวอร์ที่เวทีไหนในวันเดอร์ฟรุ๊ตปีนี้   สำหรับหลายเวทีในวันเดอร์ฟรุ๊ตปีนี้ วันเดอเรอร์จะได้พบกับความสนุกจากทีมศิลปินที่ขนกันมาแบบยกทีมยกค่ายกันเลยทีเดียว มาดูกันว่ามีเทคโอเวอร์จากสังกัดศิลปิน ทีมดีเจ และผู้จัดอีเวนต์ปาร์ตี้ ที่เวทีไหนบ้าง   FORBIDDEN FRUIT   ในคืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ที่เวทีโครงสร้างไม้ไผ่ตกแต่งสไตล์เลานจ์แห่งนี้ จะมีปาร์ตี้ที่จัดโดยทีมศิลปินมากมาย เริ่มจากคืนวันศุกร์ พบกับปาร์ตี้สุดเปรี้ยวจี้ดจากทีมดีเจ GO GRRRLS จากกรุงเทพฯ ที่จะมาสร้างสีสันความสนุกในเทคโอเวอร์ God Save The Queer ค่ำคืนที่ไม่เพียงต้อนรับเหล่า LGBTQ แต่ยังจะชวนทุกคนให้มาเต้นรำปลดปล่อยความสนุกด้วยกัน นำโดยดีเจ Martian Child และ Wanton Witch แกงค์เพื่อนสาว GO GRRRLS Crew ที่มี Mae Happyair Cleo P และ Dookie พร้อมด้วยทีมนักเต้น Sillapin Zymone Gill และ Amazon Sun ก็มาร่วมโชว์ด้วย นอกจากนี้ยังมีดีเจ Ligyre และ Cozyhoon จาก Shade Seoul ที่จะนำดนตรีอันเดอกราวด์จากกรุงโซลมาสร้างความสนุกให้เหล่าวันเดอเรอร์ ร่วมกับดีเจ A/K/A Sounds จากสิงคโปร์ก็มาพร้อมกับเพลงแดนซ์สไตล์เบสมิวสิค และพบกับดีเจระดับตัวแม่อย่าง Colleen “Cosmo” Murphy ที่อยู่มาแล้วทุกยุคตั้งแต่ปี 70 เธอเคยเล่นที่ ปาร์ตี้อันเดอกราวด์ยุคแรกๆ ของโลกอย่าง The Loft ในนิวยอร์กมาแล้ว   สำหรับคืนวันเสาร์ มาสนุกกับเทคโอเวอร์ของค่ายเพลงจากปารีส Ed Banger Records ที่ขนโชว์สนุกๆ จากศิลปินเพลงแดนซ์หลากหลายแนว ทั้งเฮาส์ อัลเทอร์เนทีฟแดนซ์ อิเล็คทรอนิกส์ ฮิปฮอป นูดิสโก้ และซินธ์ป๊อป นำทีมไลน์อัพศิลปินโดยเจ้าของค่ายเพลง Busy P ร่วมด้วย Breakbot & Irfane, Yasmin, Myd และ Broadback ขอขอบคุณ Collective Minds และสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยที่ร่วมสนับสนุนเทคโอเวอร์นี้   ในคืนวันอาทิตย์ เทศกาลดนตรีอิเล็คทรอนิกส์จากญี่ปุ่น Rainbow Disco Club จะมาเทคโอเวอร์ Forbidden Fruit จัดเป็นมินิเฟสติวัลให้เหล่าวันเดอเรอร์ได้แดนซ์ไปกับเพลงเฮาส์และเทคโนโดยดีเจจากโตเกียว Sisi และ Kikiorix และดีเจจากฝั่งยุโรป Raphaël Top-Secret และ John Gómez     NERAMIT   สำหรับพาวิลเลียนไม่ไผ่ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงแห่งนี้ ค่ายเพลงไทย ZudRangMa Records (สุดแรงม้า) ได้ขนเพลงไทยวินเทจและคลาสสิค รวมถึงดีเจต่างชาติมาเทคโอเวอร์ในวันศุกร์และวันอาทิตย์ พบกับเพลงไซเคเดลิกสไตล์ไทยๆ อย่างหมอลำ ลูกทุ่ง ไปจนถึงเวิลด์มิวสิคและฟังค์ ที่มาทั้งในรูปแบบของไลฟ์แบนด์ และดีเจที่เปิดแผ่นจากไวนีล พบกับวงไทยฟิวชั่น The Paradise Bangkok Molam International Band ที่โด่งดังไกลถึงต่างแดน Rattanakosin Breakin Crew ที่นำเพลงฮิปฮอปมาผสมกับดนตรีไทย วงพื้นบ้านอย่าง Toomturn Molam Group และวงปี่พาทย์สมัยใหม่ Electric Piphat Band นอกจากนี้เจ้าของค่ายอย่าง Maft Sai ก็มาพร้อมพาดีเจต่างชาติมาร่วมด้วย Chris Menist, Tassmah, DJ Funky Pump, Kanehbos, Juice Willis,Tek Harrington, Double Agent 7, Booty Carrell, Funk Bast*rd, GUTS, MiMi, และ Red-I     SOT   อีกหนึ่งแคมป์ของวันเดอร์ฟรุ๊ตที่คับคั่งด้วยผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน มาสัมผัสบรรยากาศไลฟ์สไตล์ของเมืองใหญ่ และมันส์ไปกับดนตรีเออร์บันและฮิปฮอปโดยผู้ชนะการแข่งขันดีเจจากรายการ Red Bull 3Style จากทั่วโลก ทั้ง DJ Puffy จากบาร์เบโดส DJ Aleqs Notal จากปารีส DJ Rina จากญี่ปุ่น รวมถึงดีเจจากไทย DJ Whatdatfrog และแชมเปี้ยน Red Bull 3Style Thailand สองสมัยอย่าง DJ Bomber Selecta
19 สิงหาคม 2562
Discover the music of Wonderfruit for 2019
เตรียมไปสนุกกับหลากหลายแนวดนตรีในวันเดอร์ฟรุ๊ต 2019   เข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว วันเดอร์ฟรุ๊ตยังคงมุ่งหน้าสรรหาดนตรีที่น่าสนใจและแปลกใหม่มาเปิดประสบการณ์ให้เหล่าวันเดอเรอร์ได้ฟัง ได้ชม และได้สนุกกันตลอดช่วงเฟสติวัล สำหรับปีนี้ทีมงานของเราได้คัดสรรไลน์อัพหลากหลายแนวเพลงจากศิลปิน โปรดิวเซอร์ วงดนตรี และดีเจจากทั่วโลก มาดูกันว่าในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ แต่ละเวทีมีไลน์อัพน่าสนใจอะไรบ้าง ที่คุณจะได้ไปสนุกพร้อมเปิดประสบการณ์ทางดนตรีด้วยกัน และเราจะอัพเดตบล็อกนี้อยู่เรื่อยๆ เมื่อมีไลน์อัพใหม่ๆ เข้ามาอีก เพื่อให้คุณได้เข้ามาติดตามข้อมูลได้ง่ายในที่เดียว   ในช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก Solar Stage จะคึกคักขึ้นมาด้วยเสียงเพลง ในปีนี้เตรียมไปสนุกกับ Daddy G จากวง Massive Attack และต้อนรับเช้าวันใหม่ไปพร้อมกันกับ Acid Pauli และดีเจหนุ่มดีกรี PhD สาขาประสาทวิทยาศาสตร์ Floating Points นอกจากนี้ Arp Frique & Family จะพาคุณไปออกสเต็ปกับดนตรีแนวแอโฟรดิสโก้ ส่วนสองหนุ่มจากสวีเดน Gidge จะชวนคุณไปชิลล์กับดนตรีแอมเบียนต์ที่ได้แรงบันดาลใจจากป่าสนแถบสแกนดิเนเวีย และมาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมดนตรีแบบซาวด์ซิสเท็มให้มากขึ้นกับ Trojan Sound System ที่คุณจะได้ปาร์ตี้กับเพลงแนวเร็กเก แดนซ์ฮอลล์ และดั๊บ   สำหรับ The Quarry จุดหมายปลายทางยามค่ำคืนของเหล่าวันเดอเรอร์ในปีนี้ นำทีมโดย Craig Richards ที่มาพร้อมไลน์อัพจากโปรเจ็ค Collisions ของเขา เตรียมไปมันส์กับ Willow ดีเจสาวมาแรงจากแมนเชสเตอร์ที่มากับเพลงแดนซ์แนวมินิมัล Bobby. ดีเจจากไนต์คลับชื่อดังอย่าง Fabric ในลอนดอน ก็มาสร้างบรรยากาศความสนุกด้วย และมาเต้นกับเซ็ทเพลงอิเล็คทรอนิกส์ของ Felix Dickinson ส่วน Binh ก็มาพร้อมกับการมิกซ์ซาวด์ดนตรีเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน ในขณะที่ DOTT ดีเจหนุ่มจากกรุงเทพฯ หนึ่งเดียวใน The Quarry ก็จะสร้างความบันเทิงให้ทุกคนได้มันส์กันอย่างต่อเนื่องตลอดคืน นอกจากนี้เรายังมีดีเจมากประสบการณ์ที่เล่นมาแล้วในหลายเฟสติวัลอย่าง Nick The Record และดีเจสาวจากสวิสที่โตมากับการเรียนดนตรีคลาสสิคอย่าง Sonja Moonear และสุดท้ายกับดีเจสาวจากโตเกียวที่กำลังเป็นที่น่าจับตามอง Powder   ที่เวที Theatre Stage คุณจะได้ชมโชว์ดีๆ มากมายจากวงดนตรีทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น วงฟิวชั่นแจ๊ซจากฝรั่งเศส Electric Vocuhila และวงดนตรีนอกกระแสของไทยอย่าง Mattnimare สำหรับปีนี้หนึ่งในไฮไลต์ของวันเดอร์ฟรุ๊ตก็จะเกิดขึ้นที่นี่ กับไลฟ์โชว์ครั้งแรกของโปรเจ็ค Musicity Bangkok ที่ศิลปินจากสังกัด Erased Tapes จะเข้าไปสำรวจพื้นที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งค้นหาซาวด์น่าสนใจจากย่านนั้นๆ ก่อนจะนำแรงบันดาลใจที่ได้มาสร้างสรรค์เป็นบทเพลง พบกับการแสดงของ Rival Consoles Daniel Brandt & Eternal Something, Douglas Dare, Hatis Noit และ Midori Hirano ได้ที่ Theatre Stage   เมื่อบรรยากาศมีเสน่ห์น่าค้นหาของ Forbidden Fruit มาเจอกับเพลงแดนซ์จากทีมดีเจจากค่ายเพลง Ed Banger Records แน่นอนว่าคุณจะได้ปลดปล่อยอารมณ์ความสนุกได้อย่างต่อเนื่องทั้งคืน เตรียมตัวไปพบกับการเทคโอเวอร์ในวันเสาร์โดยค่ายเพลงจากฝรั่งเศสแห่งนี้ นำทีมโดย Busy P ที่ขนศิลปินในสังกัดมาสร้างความบันเทิงให้คุณกับ Myd, Breakbot & Irfane และสาวเสียงสวยอย่าง Yasmin ก็จะมาร่วมในคืนเทคโอเวอร์นี้ด้วย นอกจากนี้ Colleen ‘Cosmo’ Murphy จะมาเปิดแดนซ์ฟลอร์ให้คุณได้เต้นรำอย่างสนุกสนานไปกับซาวด์ดนตรีที่คึกคัก   หลังจากประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา Polygon กลับมาอีกครั้งกับปาร์ตี้ที่จะทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจไปกับเทคโนโลยีแสงสีเสียง 360 องศา ที่ซิงค์ไปกับบีทของดนตรีจากเหล่าไลน์อัพดีเจอันเดอร์กราวด์ ในปีนี้เตรียมไปท่องโลกแห่งเสียงเพลงอิเล็คทรอนิกส์กับทีมดีเจเหล่านี้กันเลย Alejandro Castelli, Dandara, Kusht (Live), Alban Endlos (Live). Luis Rosenberg, Reple, Martha van Straaten, Xique-Xique (Live), Miret, Timboletti (Live), Spaniol, Matanza (Live) และ Sainte Vie (Live) นอกจากนี้วันเดอร์ฟรุ๊ตยังมีเพลย์ลิสต์แนะนำเพลงน่าสนใน Spotify และ SoundCloud ให้คุณได้ไปติดตามกันด้วย หรือถ้าอยากฟังพ็อดแคสต์เรื่องราวเกี่ยวกับวันเดอร์ฟรุ๊ตและบทสัมภาษณ์น่าสนใจจากเรา ก็สามารถเข้าไปฟังได้ที่ Wondercast (ภาษาอังกฤษ)
2 สิงหาคม 2562
Q&A: Nick Luscombe Explains Musicity and Hints at What’s in Store
พูดคุยกับ Nick Luscombe เจ้าของโปรเจ็ค Musicity ที่จะเกิดขึ้นในวันเดอร์ฟรุ๊ต   หนึ่งในไฮไลต์ของวันเดอร์ฟรุ๊ต 2019 ก็คือไลฟ์โชว์ครั้งแรกของทีมศิลปินในโปรเจ็คดนตรีเอ็กซ์เพอริเมนทัลที่สร้างสรรค์บทเพลงโดยได้แรงบันดาลใจมาจากย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ เราได้พูดคุยกับ Nick Luscombe ผู้ริเริ่ม Musicity มาดูกันกันว่าโปรเจ็คนี้เป็นอย่างไร เพื่อให้คุณได้ทำความรู้จักก่อนไปชมโชว์ที่วันเดอร์ฟรุ๊ต   WONDERPOST:อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณเริ่มโปรเจ็ค Musicity   NICK: มีหลายเหตุผลมากครับว่าทำไมถึงเริ่มทำโปรเจ็คนี้ขึ้นมา รวมถึงมีที่มาที่ไปอย่างไร   ผมสนใจเรื่องของการออกแบบเมืองมานานแล้ว ผมสนใจว่าทำไมแต่ละสถานที่ถึงทำให้เราเกิดความรู้สึกที่ต่างกันไป เพราะอะไรเราถึงเลือกใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B ผมสนใจไอเดียที่ว่าเอาดนตรีเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ตั้งต่างๆ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเมื่ออยู่ ณ จุดนั้น   และผมก็อยากรู้ว่านักดนตรีจะโต้ตอบกับอาคารสถาปัตยกรรมอย่างไรเมื่อได้รับโจทย์มาแบบนั้น และเป็นไปได้มั้ยที่จะสร้างแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับดนตรีและสถาปัตยกรรม   ดนตรีกับสถาปัตยกรรมมีความสอดคล้องกันอย่างไรในการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้คน   ทั้งสองอย่างถือว่าเป็นศิลปะด้วยกันทั้งคู่ และต่างก็มีอิทธิผลกับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา และศิลปะทั้งสองก็มีอิทธิพลต่ออารมณ์ของคน   ผมรู้สึกว่ามันเป็นหัวข้อที่ยังไม่ค่อยมีใครแตะมาก่อน แต่สิ่งที่เราทำมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมาก็ได้ขยายเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ ในหลายเมืองแล้ว ...เรากำลังอยู่ในช่วงต้นของการเรียนรู้วิธีทำงานกับเสียงและพื้นที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ขึ้นมาครับ   คุณทำงานร่วมกับนักดนตรี โปรดิวเซอร์ หรือกระทั่งกับนักเขียน และกับนักวิทยาศาสตร์ คุณมีวิธีการเลือกคนที่จะมาร่วมงานอย่างไร   การเลือกศิลปินคนที่ใช่มาร่วมโปรเจ็คในแต่ละสถานที่เป็นอะไรที่สำคัญมาก เราต้องแน่ใจว่าศิลปินมีจุดเชื่อมโยงที่ชัดเจนกับพื้นที่เหล่านั้น เราทำงานในลอนดอนและพัฒนาไอเดียร่วมกับโปรดิวเซอร์จากทั่วโลก ส่วนในแง่มุมทางวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเข้ามา และเราได้ร่วมพาร์ทเนอร์กับมหาวิทยาลัยโตเกียวและ ARUP ซึ่งเป็นองค์กรผู้ให้บริการด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง   พูดถึงเรื่องสถานที่แล้ว มีคุณสมบัติไหนบ้างที่ Musicity ต้องการ แล้วคุณเลือกศิลปินให้กับสถานที่นั้นอย่างไร   แต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่เกิดขึ้นจากการเข้าไปสำรวจหรือมีปฏิสัมพันธ์กับสถานที่ก็มีความหลากหลายไปตามลักษณะของผังเมือง รูปทรงของอาคาร ถนน สวนสาธารณะ ไปจนถึงผู้คน สัตว์ นก หรือแมลงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น การมาบรรจบกันของสิ่งเหล่านี้นได้สร้างสรรค์ระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบสำหรับเป็นแรงบันดาลใจให้เราทำงานในแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่เมืองใหญ่อย่างโตเกียวและเซี่ยงไฮ้ ไปจนถึงเมืองเล็กๆ หรือในเขตชนบท   จากนั้นเราจึงค่อยมาเลือกศิลปินให้เข้ากับแต่ละสถานที่ โดยเป็นทำงานร่วมกันของนักดนตรีท้องถิ่นในเมืองนั้นกับนักดนตรีรับเชิญที่ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ด้วย   โดยส่วนตัวแล้วคุณมีประสบการณ์ไหน หรือโปรเจ็คไหน หรือเพลงไหน ใน Musicity ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ และมีความพิเศษอย่างไรสำหรับคุณ   เลือกยากมากเลยครับ ทุกแทร็คมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมาก และก็เป็นเพลงที่ทำขึ้นมาเฉพาะสำหรับสถานที่นั้นๆ ทุกเพลงจึงมีความพิเศษในตัวของมันเองเมื่อเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้น และได้ยินเพลง ณ​ ที่ตรงนั้นเป็นครั้งแรก สำหรับผมมีหลายที่ในโลกที่สามารถกลายมาเป็นความทรงจำใหม่ๆ ด้วยเพลงที่สัมพันธ์กับตำแหน่งที่เราอยู่   เราโชคดีที่ได้สร้างสรรค์ผลงานในโปรเจ็คขนาดใหญ่ทั้งในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี รวมถึงงานที่มีขนาดเล็กลงมากับการทำเพลงสำหรับแกลเลอรี่จัดงานศิลปะ ดังนั้นผลงานที่ได้ออกมาจึงเป็นงานที่มีคุณภาพจากศิลปินที่ร่วมโปรเจ็คนี้ทุกคน   อะไรคือความท้ายทายในการสร้างสรรค์ดนตรีให้กับสถานที่หนึ่ง   ผมคิดว่าสำหรับศิลปินแล้ว มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระว่างพื้นที่กับดนตรีที่จะต้องไปด้วยกันอย่างนั้นตลอดไป ผมรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความใส่ใจในการสร้างสรรค์ผลงานเป็นอย่างมาก.    โปรเจ็ค Musicity สำหรับงานวันเดอร์ฟรุ๊ต 2019 เพราะอะไรคุณถึงคัดสรรศิลปินมาร่วมโปรเจ็คนี้จากสังกัด Erase Tapes Record ทั้งหมด   ผมเป็นแฟนเพลงของค่าย Erased Tapes มานานแล้วครับ รวมถึงชื่นชอบศิลปินหลายคนในค่ายนี้ด้วย แม้ว่าเพลงของแต่ละคนจะมีความหลากหลายและแตกต่างกันมาก แต่เป็นสไตล์เพลงของค่ายที่มีซาวด์ที่ผมรู้สึกว่าเหมาะสำหรับจุดประสงค์ของ Musicity   หลังจากได้คุยกับโรเบิร์ตซึ่งเป็นอดีตเจ้าของค่าย (และอดีตสถาปนิก) รวมถึงศิลปินหลายคนใน Erased Tapes ผมก็ได้ความชัดเจนเลยว่าเราจะสามารถทำโปรเจ็คนี้ให้เกิดขึ้นได้   เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในการทำเพลงในระยะเวลาอันสั้น และสถานที่ก็อยู่ไกลด้วย แต่ผมรู้สึกว่าโปรเจ็คนี้จะเป็นอะไรที่พิเศษมาก   เลือกสถานที่ต่างๆ สำหรับโปรเจ็คในกรุงเทพอย่างไร   สำหรับการเลือกสถานที่นั้นเราได้ทำงานร่วมกับทีมงานของวันเดอร์ฟรุ๊ตและศิลปินคนอื่นๆ ที่จะมาร่วมงาน ซึ่งก็เป็นการทำงานอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก การพัฒนา Musicity ผ่านความเข้าใจท้องที่ที่ลงไปสำรวจ ทั้งนี้ก็เพื่อดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในเมือง และนี่ก็เป็นความพยายามอันดับแรกของเรา   คิดว่าซาวด์ของกรุงเทพฯ จะออกมาเป็นอย่างไร   ผมไม่เคยไปประเทศไทยเลยครับ แต่ผมจินตนาการว่าคงจะมีซาวด์น่าสนใจซ่อนอยู่มากมายในกรุงเทพฯ ที่เราต้องขุดมันขึ้นมา เพื่อแสดงถึงไดนามิคของเมืองที่มีความคึกคักตามที่ผมรู้สึกนะครับ   มีอะไรคุณคาดหวังจะเจอในงานวันเดอร์ฟรุ๊ตเป็นการส่วนตัวบ้าง   สุดยอดไลน์อัพศิลปินครับ ผมอยากไปดูดนตรีในงานท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่รายล้อม และงานสถาปัตยกรรมโครงสร้างต่างๆ ที่สร้างสรรค์โดย Ab Rogers อยากไปแล้วครับ!   โปรเจ็คต่อไปของ Musicity มีอะไรบ้าง   เรามีโปรเจ็คใหญ่ๆ ในอีกหลายเมืองทั่วโลก ซึ่งก็จะสร้างสรรค์ผลงานออกในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ หรือวีอาร์ และไลฟ์อีเวนต์ครับ   ขอขอบคุณ Nick ที่มาร่วมพูดคุยกับเราเกี่ยวกับโปรเจ็คระดับโลกของเขา และเราเองก็อยากจะได้ลองสัมผัสประสบการณ์ทางดนตรีรูปแบบบใหม่ที่ Theatre Stage ในเดือนธันวาคมนี้แล้ว ติดตามเพิ่มเติมได้หน้าเพจของ Musicity
1 สิงหาคม 2562
7 Ways You Can Get Involved in Wonderfruit
7 ช่องทางที่เปิดให้คุณเข้ามาร่วมงานกับวันเดอร์ฟรุ๊ต 2019   อยากมีส่วนร่วมในงานวันเดอร์ฟรุ๊ตมั้ย? เรามีหลากหลายช่องทางให้คุณได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อสร้างประสบการณ์น่าประทับใจให้กับเหล่าวันเดอเรอร์ คุณมีอะไรดีๆ ที่อยากจะแชร์ในวันเดอร์ฟรุ๊ต 2019 สามารถสมัครเข้ามาร่วมงานกับเราตามที่เปิดรับสมัครด้านล่างนี้ได้เลย   VOLUNTEERS อาสาสมัครของวันเดอร์ฟรุ๊ตคือทีมงานที่จะมาช่วยดำเนินงานในส่วนต่างๆ ของเฟสติวัล ตั้งแต่สร้างเวที ติดตั้งแคมป์ในโซน Boutique Camping ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ หรือเป็นเจ้าหน้าที่ในแทรชวอล์ค (trash walk) ฯลฯ มีงานหลากหลายหน้าที่ให้ทุกคนที่สนใจได้มาร่วมปฏิบัติงานกับเรา และคุณจะได้ประสบการณ์ดีๆ กลับไปอย่างแน่นอน ทั้งยังได้เห็นการทำงานเบื้องหลังของวันเดอร์ฟรุ๊ตในหลายๆ ส่วนอีกด้วย   INSTALLATION ART สำหรับศิลปินหรือนักออกแบบที่อยากนำเสนอผลงานศิลปะ ที่กระตุ้นให้เกิดการคิดและปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เราเปิดกว้างสำหรับการใช้สื่อสร้างสรรค์ศิลปะอินสตอลเลชันอย่างอิสระเพื่อนำเสนอไอเดียนั้น ไม่ว่าจะสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบของประติมากรรม หรือโครงสร้าง หรือมีกลไกคิเนติก ส่งไอเดียศิลปะของคุณเข้ามาหาเราได้เลย   PERFORMANCE ART ศิลปะการแสดงในวันเดอร์ฟรุ๊ตมีทั้งความน่าตื่นเต้นและสามารถสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับผู้ชม เรากำลังมองหาการแสดงในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการแสดงที่เคลื่อนย้ายไปตามจุดต่างๆ (roaming) เกิดขึ้นและสัมพันธ์กับเฉพาะพื้นที่ (site-specific) หรือสร้างเหตุการณ์ให้คนเข้าไปมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการแสดงที่สอดคล้องไปกับภูมิทัศน์ โครงสร้างในงาน หรือมีปฏิสัมพันธ์กับเหล่าวันเดอเรอร์ หากคุณมีไอเดียดีๆ แล้วนำโชว์ของคุณมาร่วมแสดงที่วันเดอร์ฟรุ๊ต 2019   WORKSHOP คนในสังคมจะเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้นด้วยการแบ่งปัน ใครที่มีทักษะความรู้ดีๆ หรืองานอดิเรกที่น่าสนใจที่อยากจะแชร์กับผู้มาร่วมงานวันเดอร์ฟรุ๊ต ไม่ว่าจะเป็นเวิร์คช็อปงานฝีมือ ฝึกเต้นรำ หรือเรียนรู้เทคนิคทำอาหาร ส่งไอเดียจัดเวิร์คช็อปของคุณหาเราได้เลย   F&B VENDORS เรากำลังมองหาผู้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของร้านอาหาร คาเฟ่ ฟู้ดทรัค หรือสตรีทฟู้ด มาร่วมนำเสนอประสบการณ์อาหารที่แปลกใหม่ให้กับผู้มางานวันเดอร์ฟรุ๊ตด้วยกัน เมนูไหนครีเอทีฟและดีต่อสุขภาพ จัดมาเลย   RETAIL VENDORS สำหรับนักออกแบบเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือสินค้าที่มีไอเดียต่างๆ หากสินค้าหรือบริการของคุณมีไอเดียที่ไปกับความมุ่งมั่นของเราที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ส่งตัวอย่างสินค้าของคุณเข้ามา ร้านของคุณอาจจะได้ไปเปิดขายให้เหล่าวันเดอเรอร์ได้เลือกช้อปปิ้งภายในงาน   ART CAR DESIGNERS  ส่วนใครที่มีไอเดียสร้างสรรค์รถกอล์ฟของวันเดอร์ฟรุ๊ตให้กลายงานศิลปะเคลื่อนที่ นำเสนอไอเดียของคุณเข้ามาเลย ไม่ว่าจะตกแต่งให้เป็นสัตว์ประหลาด ตุ๊กตาหุ่นเชิด หรือรถเกมส์เคลื่อนที่ ไอเดียของคุณอาจจะได้ออกมาโลดแล่นจริงๆ ไปทั่วงานวันเดอร์ฟรุ๊ต 2019 นี้ก็เป็นได้   หากคุณสนใจมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา กรอกใบสมัครออนไลน์ที่หน้าเพจ Participate หาเราได้เลย  
24 กรกฎาคม 2562
Ed Banger Records takes over Forbidden Fruit and we are not ready
เมื่อหนึ่งคืนที่ Forbidden Fruit ถูกเทคโอเวอร์โดย Ed Banger Records   เป็นที่ทราบกันดีว่า Forbidden Fruit เป็นเวทีหนึ่งในงานวันเดอร์ฟรุ๊ตที่มีความจัดจ้านในแบบฉบับของตัวเอง ด้วยเอกลักษณ์ของบรรยากาศสไตล์เลานจ์และดนตรีที่คึกคัก แดนซ์ฟลอร์ที่อยู่ในโครงสร้างไม่ไผ่แห่งนี้พร้อมให้คุณปล่อยอารมณ์ไปตามจังหวะดนตรี และจากที่เป็นพื้นที่ขึ้นโชว์จากดีเจทั่วโลกในปีผ่านๆ มา สำหรับปีนี้ ค่ำคืนของ Forbidden Fruit จะถูกเทคโอเวอร์โดยค่ายเพลงและกลุ่มศิลปินต่างๆ   ในคืนวันเสาร์เป็นคิวของค่ายเพลงจากฝรั่งเศส Ed banger Records ที่ดีเจและศิลปินในค่ายจะมาสร้างความบันเทิงให้คุณเต้นรำไปกับแนวเพลงเฮาส์ อัลเทอร์เนทีฟแดนซ์ อิเล็กทรอนิกส์ ฮิปฮอป นูดิสโก้ และซินธ์ป็อบ มาดูกันว่ามีไลน์อัพศิลปินคนไหนบ้าง   Busy P เขาคืออดีตผู้จัดการของ Daft Punk ดีเจ โปรดิวเซอร์ และเจ้าของสังกัด Ed Banger ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักในฐานะ Busy P ชื่อจริงของเขาคือ Pedro Winter และเขาคนนี้คือผู้ที่ผลักดันให้วงดูโออิเล็คทรอนิกส์ Justice เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เริ่มต้นจากผู้อยู่เบื้องหลังวงการเพลงแดนซ์อันเดอร์กราวด์ในปารีส มาเป็นดีเจแถวหน้าที่ทำให้คนทั้งโลกต้องเต้นไปกับเพลงของเขา เพราะฉะนั้นห้ามพลาดโดดเด็ดขาดกับ Busy P   Breakbot & Irfane ด้วยส่วนผสมของซินธ์ป็อปแนวฟังกี้ ไลน์เบสติดหู และริฟฟ์กีตาร์โดนๆ ทำให้หลายคนสนุกไปกับซาวด์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของ Thibaut Berland หรือ Breakbot หลังจากซิงเกิ้ลฮิต Baby I’m Yours ที่ได้เสียงร้องของ Irfane เข้ามาสอดประสานเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ทั้งคู่ก็พร้อมแล้วที่จะมาสร้างความบันเทิงให้กับคุณที่วันเดอร์ฟรุ๊ต 2019 เตรียมตัวไปเต้นและร้องตามกับทั้งคู่กันได้เลย   https://www.youtube.com/watch?v=6okxuiiHx2w   Myd นอกเหนือจากแสดงร่วมกับวงอิเล็คทรอนิกส์ Club Cheval ที่เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงแล้ว เขายังเป็นทั้งดีเจและโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินในฝรั่งเศสหลายคนไม่ว่าจะเป็น SCH, Lacrim และ Alonzo นอกจากนี้ยัง Myd ยังเคยร่วมงานกับแร๊พเปอร์อย่าง Twice, Lil Patt และ Kanye West มาแล้วด้วย มาสนุกกับซาวด์เรโทรของเขาได้ในเทคโอเวอร์ของคืนวันเสาร์   https://www.youtube.com/watch?v=jrRImnlJRrw   Yasmin นักร้องเสียงหวาน นักแต่งเพลง และดีเจสาวคนนี้ เคยร่วมงานกับ Pharell และ Major Lazer มาแล้ว และทัวร์การแสดงไปทั่วโลก ในปาร์ตี้ FENG SHUI ที่เธอจัดขึ้นก็เป็นการเปิดโลกให้นักท่องราตรีในลอนดอนได้รู้จักเพลงแดนซ์จากส่วนอื่นๆ ของโลกท่ามกลางบรรยากาศที่สนุกสนาน แน่นอนว่าเราจะได้เพลิดเพลินกับประสบกาณ์แบบเดียวกันนั้นที่ Forbidden Fruit เราได้ยินมาว่าเธอจะขึ้นเวทีร้องร่วมกับ Breakbot & Irfane ด้วย   สำหรับค่ำคืนสุดพิเศษกับการเทคโอเวอร์โดย Ed Banger Records ได้รับการสนับสนุนโดย Collective Minds และสถานฑูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย   ดูเพิ่มเติมได้ที่หน้าเพจของ Forbidden Fruit
19 กรกฎาคม 2562
Wonderfruit Installment Plan
วันเดอร์ฟรุ๊ตให้คุณแบ่งจ่ายเบาๆ ได้แล้ว   สำหรับปีนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ตมีบริการพิเศษสำหรับเป็นตัวเลือกการชำระเงินให้คุณ สะดวกกว่าเพราะไม่ต้องจ่ายทั้งหมดในครั้งเดียว เราได้ร่วมกับ Ticketmelon แพลตฟอร์มออนไลน์ผู้ให้บริการจำหน่ายบัตรวันเดอร์ฟรุ๊ต ออกบริการแบ่งชำระรายเดือนสำหรับค่าบัตรเข้างาน ที่พักในงาน และ Wonder Feasts   บริการแบ่งจ่ายอย่างไรบ้าง? บริการพิเศษนี้ให้คุณผ่อนจ่ายได้ 4 งวด โดยต้องมียอดรวมขั้นต่ำ 4,000 บาท และมีอัตราดอกเบี้ย 4% ของยอดรวมนั้น ระบบจะเรียกเก็บยอดชำระของงวดแรกเมื่อคุณทำรายการสั่งซื้อออนไลน์เสร็จสิ้น และจะเรียกเก็บอีก 3 งวดที่เหลือตามรอบบิลรายเดือนจนครบ     มีบัตรเครดิตอะไรบ้างที่ร่วมรายการ? บัตร VISA และ Mastercard ของธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารซิตี้แบงก์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารยูโอบี และบัตร JCB (เฉพาะบัตรเครดิต KTB Bangkok Airways JCB Platinum เท่านั้น) สามารถตรวจสอบบัตรเครดิตที่ร่วมรายการได้ดังนี้   เข้าไปที่ www.ticketmelon.com/wonderfruit/wonderfruit2019 คลิกเลือกรายการที่คุณต้องการซื้อ (ต้องมียอดรวมขั้นต่ำ 4,000 บาท) เมื่อเข้าไปหน้าชำระเงินแล้ว เลือกชำระด้วยบัตรเครดิต กรอกหมายเลขบัตร ชื่อเจ้าของบัตร วันหมดอายุ และรหัส CVV ตามที่ปรากฏอยู่บนบัตร  หากบัตรของคุณเข้าร่วมรายการ ระบบจะแสดงช่องตัวเลือก “ผ่อนชำระ (4 เดือน)” ให้คุณ   คลิกเลือกหากคุณต้องการแบ่งชำระรายเดือน จากนั้นระบบจะคำนวณค่าใช้จ่ายของแต่ละงวดให้คุณ มีรายละเอียดเพิ่มเติมอีกมั้ย? มีค่าธรรมเนียมบริการของ Ticketmelon ด้วย โดยจะถูกนำไปคำนวณรวมเป็นยอดทั้งหมดก่อนจ่ายหรือแบ่งชำระ และบริการนี้ไม่สามารถใช้ผ่อนชำระบัตรที่ซื้อหน้างานได้
17 กรกฎาคม 2562
Q&A with Pete: Welcome to Wonderfruit 2019
พูดคุยกับ พีท พระประภา มีอะไรที่จะเกิดบ้างในวันเดอร์ฟรุ๊ต 2019   ก่อนจะไปพบกับวันเดอร์ฟรุ๊ต 2019 ในเดือนธันวาคม มาดูกันในปีนี้ คุณพีท ประณิธาน พรประภา CEO และผู้ก่อตั้งวันเดอร์ฟรุ๊ตมีไอเดียเกี่ยวกับงานอย่างไรบ้าง   WONDERPOST: หลังจากประกาศเฟสแรกไปแล้ว เหลือเวลาอีก 5 เดือนก็จะถึงงานวันเดอร์ฟรุ๊ต คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง พีท: ดีครับ ผมชอบที่มาถึงช่วงเวลาที่รู้สึกว่าหลังจากนี้ไปอะไรๆ มันจะเกิดขึ้นจริงๆ แล้ว   สำหรับวันเดอร์ฟรุ๊ตในปีนี้มีความพิเศษอะไรที่จะเกิดขึ้นบ้าง ตั้งแต่เริ่มทำวันเดอร์ฟรุ๊ตจนถึงตอนนี้ เราได้เห็นแล้วว่าในทุกๆ ปีเรากำลังสร้างเมืองๆ หนึ่งขึ้นมา และตอนนี้ก็ได้เน้นคอนเซ็ปต์นี้อยากจริงจังมากขึ้น โดยมานึดถึงว่าเมืองเป็นอย่างไร แต่ละส่วนสัมพันธ์กันอย่างไร มีองค์ประกอบอะไรบ้างที่ขับเคลื่อนเมืองของเรา แล้วลองดีไซน์เวอร์ชันจำลองขึ้นมาเป็นเมืองในอุดมคติที่เราอยากจะเห็น   อะไรคือส่ิงที่ได้เรียนรู้ในปีที่ผ่านๆ มา และจะมีเพิ่มเติมเข้ามาบ้าง วันเดอร์ฟรุ๊ตเป็นเฟสติวัลที่สร้างสรรค์ขึ้นบนความมุ่งมั่นที่จะกระตุ้นให้เกิดการคิดและปฏิบัติที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมากขึ้น ที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่าแนวทางความยั่งยื่นของเรามีตรงไหนบ้างที่ขาดตกบกพร่องไป และเราก็ได้สร้างเครือข่ายกับหลายภาคส่วนทั้งพาร์ทเนอร์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมาช่วยเราแก้ไขข้อบกพร่องนั้น   ผู้เชี่ยวชาญที่ว่ามีใครบ้าง เราได้ทำงานร่วมกับหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็น UNDP ที่เราได้ระบุเป้าหมายการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ไว้ 5 ข้อ ตามยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของ UNDP และเพื่อให้สามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราจึงได้ร่วมงานกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในส่วนของการตรวจสอบและวัดผลทุกขั้นตอนของเรา ทำให้เราเห็นถึงส่วนที่ต้องแก้ไขชัดเจนขึ้น และรวมถึงยังได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย   อะไรคือที่เราสามารถทำได้ในป๊อปอัพซิตี้แห่งนี้ เราใช้โอกาสในนี้เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตในเมืองแห่งนี้โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งเราก็พยายามคิดค้นแนวทางใหม่ๆ ที่จะสามารถดึงดูดให้คนมาร่วมมือกัน ไม่ว่าจะสร้างจิตสำนึกดูแลพื้นที่ที่อาศัยอยู่ ด้วยไอเดียศิลปะ สถาปัตยกรรม และการแสดง หรือกระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้คนด้วยกันเอง   และอะไรคือสิ่งที่คาดหวังว่าจะได้รับจากไอเดียป๊อปอัพซิตี้ ผมหวังว่าสิ่งที่เราคิดค้นและทำขึ้นมาจะสามารถส่งผลกระทบต่อแนวทางการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนนอกเหนือจากช่วงที่มาร่วมงานวันเดอร์ฟรุ๊ต และหวังว่าด้วยการสนับสนุนจากพาร์ทเนอร์จะช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกหวงแหนต่อสิ่งแวดล้อม และปรับเปลี่ยนทั้งแนวคิดและพฤติกรรมได้จริง   สามารถฟังเรื่องราวทั้งหมดของบทสัมภาษณ์นี้ได้ที่ Wondercast (ภาษาอังกฤษ) และติดตามว่าเราจะมีอะไรมาอัพเดตอีกเกี่ยวกับป๊อบอัพซิตี้ในปีนี้  
Getting ready for
Wonderfruit 2019?
Follow Us
#wonderfruit2019
Your Cart Item removed. Undo
Item
Price
Quantity
ทั้งหมด บาท 0 บาท
loading-payment-site