
จากเสียงสู่ภาพเคลื่อนไหว: โลกของ Nick Dwyer
- อัปเดตล่าสุด
- เผยแพร่เมื่อ
- หมวด
- สรรพเสียง
Nick Dwyer ไล่ตามเสียงต่างๆ มาเป็นเวลาเกือบทั้งชีวิตของเขา
กว่า 30 ปีที่นักเขียน ผู้กำกับ และนักประวัติศาสตร์การดนตรีชาวนิวซีแลนด์ ได้ออกเดินทางตามเสียงดนตรีไปยังหลากหลายประเทศ ชุมชน และวัฒนธรรม โดยจุดเริ่มต้นของเขามาจากการได้จัดรายการวิทยุตอนอายุ 14 จนกลายมาเป็นผู้กำกับและพิธีกรในรายการโทรทัศน์ของเขาเอง ซึ่งรายการดังกล่าวเป็นการสำรวจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์สังคมทั่วโลกผ่านดนตรี ตั้งแต่คิงส์ตัน รีโอเดจาเนโร ไปจนถึงกาน่า และอาร์เจนติน่า ท้ายที่สุดแล้ว ความหลงใหลในเสียงก็ได้พาให้เขาเดินทางไปกว่า 70 ประเทศ ก่อนที่จะมาลงหลักปักฐานอยู่ที่ญี่ปุ่นในปี 2014
“ผมไล่ตามความรู้สึกตื่นเต้นของการได้ยินเพลงใหม่ๆ นั่นเป็นหัวใจของสิ่งที่ผมทำมาตลอดทั้งชีวิต” นิคกล่าว สำหรับเขาแล้ว ดนตรีเป็นมากกว่าแค่เสียงที่เราฟังในแต่ละวัน หากแต่สามารถเป็นประตูไปสู่สถานที่ ช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ หรือชุมชนต่างๆ ได้ เขาอยากเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบๆ เสียงเหล่านั้น ใครคือผู้สร้างสรรค์ เสียงนั้นมีต้นกำเนิดมาจากที่ไหน และสามารถเล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับผู้คนและวัฒนธรรมเบื้องหลังเสียงเหล่านั้นได้บ้าง สัญชาตญาณดังกล่าวทำให้เขาออกเดินทาง ค้นคว้า และให้เสียงนำทางไปสู่สถานที่ที่เขาคาดไม่ถึง
ในบางครั้งความสงสัยได้กลายมาเป็นความหมกมุ่น เมื่อไอเดียผุดขึ้นมา นิกก็จะปล่อยให้ความคิดนั้นนำทาง และเขาก็จะตามมันไปทุกแห่งหน ซึ่งโดยมากมักเป็นการค้นคว้าวิจัย และสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนที่เขาอยากนำเรื่องราวที่ได้ฟังมาเล่าต่อ สิ่งนี้ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ ต้องมีความอุตสาหะ ต้องการที่จะเข้าใจเรื่องราวเหล่านั้น และอยากแบ่งปันสิ่งต่างๆ อันน่าทึ่งที่เขาได้ค้นพบ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วไอเดียเหล่านั้นก็ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวบนจอ
การสร้างภาพยนตร์ของเขาเริ่มมาจากการนำตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้น นิคมีความรู้สึกที่แรงกล้าตั้งแต่เริ่มถ่ายทำโดยรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องการเล่าเรื่องอะไร โดยไม่ลืมที่จะเหลือพื้นที่ให้ได้ใส่ใจกับรายละเอียด และโมเมนต์คาดไม่ถึงที่ทำให้เรื่องราวเหล่านั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมา เขาคิดเรื่องเสียงมาแล้วตั้งแต่ต้น โดยให้ความสำคัญกับจังหวะและความเร็วในการเล่าเรื่องพอๆ กับงานภาพ นิกพิถีพิถันกับการทำสารคดีไม่ต่างจากการกำกับภาพยนตร์ เขาทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพ Tim Flower อย่างใกล้ชิด ด้วยการสร้างผลงานที่ตั้งใจให้เรารู้สึกว่าได้ “ดื่มด่ำไปกับเสียง” ไปพร้อมๆ กับชื่นชมงานภาพที่งดงามไปด้วย
นับตั้งแต่ที่เขาย้ายมาอยู่ญี่ปุ่น วิธีการทำงานดังกล่าวได้นำพาเขาก้าวสู่โลกที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งการได้ค้นพบวัฒนธรรมการฟังเสียงแมลงต่างดนตรีที่มีอายุกว่าพันปี พื้นที่เล็กๆ ที่อุทิศให้กับศิลปะของการฟังแผ่นเสียง และการสำรวจเสียงผ่านพิธีกรรม ประเพณี และการที่ผู้คนมารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์งานดนตรี
ในเดือนธันวาคมนี้ ความมหัศจรรย์ทั้งหมดในข้างต้นจะมาพบกับคุณที่ The Fields ผ่านภาพยนตร์ 3 เรื่องที่เราจะจัดฉายตลอดทั้ง 3 คืน แต่ละเรื่องนำเสนอวัฒนธรรมการฟังที่แตกต่างกัน และหลังจากหนังจบ ดนตรีสดจะนำพาจิตวิญญาณของเรื่องราวเหล่านั้นให้โลดแล่นออกมานอกจอ
เมื่อภาพยนตร์กลายมาเป็นบทสนทนา

การร่วมงานกันระหว่าง Wonderfruit และนิคเริ่มต้นขึ้นจากความสงสัยใคร่รู้ที่มีร่วมกันเกี่ยวกับดนตรี วัฒนธรรม และวิธีการที่เสียงสามารถนำพาให้ผู้คนมารวมตัวกันได้ หลังจากที่เราได้ค้นพบงานของนิคผ่านวิดีโอ Yussef Dayes: Live in Tokyo และ A Century in Sound ในเวลาต่อมา บทสนทนานั้นก็เปิดโอกาสให้เราได้พาภาพยนตร์สารคดีของนิคมายัง The Fields อย่างรวดเร็ว
Wonderfruit ได้ร่วมงานกับเขาตอนที่ The Insect Musicians อยู่ในกระบวนการผลิตเป็นที่เรียบร้อย เราจึงได้ช่วยสานต่อการสำรวจวัฒนธรรมการฟังเสียงแมลงเป็นดนตรีที่มีมานานกว่าพันปี จากนั้นเราก็ได้อำนวยการผลิตภาพยนตร์สารคดีเรื่องใหม่ของเขาเกี่ยวกับกลุ่มศิลปินระดับตำนาน Geinoh Yamashirogumi และภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งคือ A Century in Sound ตอนที่ 4 “Nightingale” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจ Listening Bar ในญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่า “องกาคุ คิสสะ” มาเป็นเวลานับสิบปี ซึ่งจะนำมาฉายเป็นครั้งแรกในเอเชียอาคเนย์ที่งานของเรา
โอกาสในครั้งนี้เป็นมากกว่าแค่การนำภาพยนตร์มาฉายที่ Wonderfruit สำหรับนิคแล้ว การได้ร่วมงานกันถือเป็นการมอบวิธีใหม่ๆ ให้กับการรับชมภาพยนตร์ สารคดีเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ได้หมู่มวลได้มารับชมร่วมกัน ในสภาพแวดล้อมจริง และผ่านระบบเสียงที่สามารถถ่ายทอดเสียงในคุณภาพที่สอดคล้องกับงานภาพได้ มากกว่าแค่การรับชมคนเดียวผ่านคอมพิวเตอร์ส่วนตัว “ผมอยากให้ทุกคนได้มาดูหนังด้วยกันในสถานที่จริง ด้วยลำโพงที่เสียงดีๆ” เขาบอก “ผมอยากให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปกับมัน”
การฉายหนังแต่ละเรื่องจึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของค่ำคืนนั้นๆ มากกว่าบทสรุป นักดนตรีและศิลปินด้านเสียงจะบรรเลงบทเพลงที่สอดคล้องกับเนื้อหาในภาพยนตร์ โดยเป็นการนำเรื่องราวของภาพยนตร์เหล่านั้นมาถ่ายทอดนอกจอให้ Wonderer ได้สัมผัสหนังเรื่องนั้นในแง่มุมใหม่
คืนที่ 1: เงี่ยหูฟังนักประพันธ์แห่งธรรมชาติ
The Insect Musicians l วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม | Forest Stage
หลังจากบานหน้าต่างค่อยๆ แง้มออก เรื่องราวของ The Insect Musicians ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ในช่วงฤดูฝนที่เขากำลังเดินทางอยู่ในภูมิภาคตอนเหนือของญี่ปุ่นเพื่อตามหาแจ๊สคิสสะและ Listening Bar นิคพักอยู่ที่โรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่งในฮิราอิซูมิ วันหนึ่งเมื่อฝนหยุดตก เขาก็เปิดหน้าต่างเพื่อรับลม จากนั้นเขาก็เริ่มได้ยินกบส่งเสียงร้องระงม ตามมาด้วยเสียงนกและแมลง จนเขารู้สึกว่าเสียงนั้นเป็นเหมือน “วงออร์เคสตราของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ” ที่ไพเราะจนดวงตาของเขาเริ่มมีน้ำล้นเอ่อ เป็นเวลาเกือบทั้งชีวิตที่เขาไล่ตามเสียงดนตรีจากทั่วทุกมุมโลก จนกระทั่งเขาได้ค้นพบว่าหนึ่งในบทเพลงที่ไพเราะที่สุดนั้นมีธรรมชาติเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่อยมา
ประสบการณ์ในครั้งนั้นทำให้นิคได้ก้าวเข้าสู่โลกของ “มูชิคิกิ” หรือการฟังเสียงแมลง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่มีมายาวนานนับพันปี งานค้นคว้าวิจัยของเขาได้นำพาเขาไปเจอคอมมิวนิตีที่เหนียวแน่น และได้พบกับนักเพาะแมลง นักฟัง และกวี ที่มารวมตัวกันเพื่อฟังเสียงนักดนตรีตัวจิ๋วเหล่านี้ Wonderfruit ได้มาร่วมโปรเจกต์นี้กับเขาตอนที่เขาได้เริ่มดำเนินการผลิตไปแล้วระยะหนึ่ง ก่อนจะช่วยให้การเดินทางครั้งนี้ไปถึงจุดหมายได้ในที่สุด สำหรับนิคแล้ว ทัศนียภาพรอบๆ เป็นมากกว่าแค่ฉากหลัง “สภาพแวดล้อมเองก็เป็นเหมือนตัวละครในหนัง” เขาอธิบาย ภาพยนตร์ค่อยๆ พาเราก้าวเข้าไปในโลกของแมลง และเผยเรื่องราวของมนุษย์รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในฐานะผู้ร่วมอาศัยในแวดล้อมเดียวกัน
ที่ Wonderfruit จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นแผ่ขยายออกมานอกจอ โดยเราจะฉาย The Insect Musicians ที่เวทีกลางแจ้งอย่าง Forest Stage โดยหนังที่พูดถึงการประสานเสียงของแมลง จะได้มาพบกับเพื่อนๆ ของพวกมันที่อาศัยอยู่ตามต้นไม้ที่ The Fields ในค่ำคืนนั้นคุณยังจะได้พบกับบทเพลงจาก Masayoshi Fujita, Manami Kakudo, Yuka Mizuhara และ Akaihirume ที่ขยายขอบเขตการสำรวจการฟังและธรรมชาติรอบตัวผ่านเสียงอีกด้วย
คืนที่ 2: ตามหาพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
A Century in Sound ตอนที่ 4 “Nightingale” l วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม | Enfold
คืนต่อมา ร่วมออกเดินทางจากธรรมชาติไปสู่ห้องฟังเพลง ที่ให้คุณดื่มด่ำเสียงได้อย่างใกล้ชิด
A Century in Sound ตอนที่ 4 “Nightingale” จะพาไปดูเรื่องราวของ Masaru Hatanaka และ Bar Nightingale ที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยและเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในยุค 90 ของญี่ปุ่น ภาพยนตร์ดำเนินไปผ่านฉากหลังของการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และเรื่องราวของชายคนหนึ่งในภารกิจตามหาสถานที่ที่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นที่ของเขาอย่างแท้จริง
ปี 2014 นิคบอกกับฮาตานากะว่าอยากทำหนังที่เล่าเรื่องราวของเขา โดยเริ่มถ่ายทำและตัดต่อในปี 2017 “ผมอยากทำเรื่องดีๆ สักเรื่อง คือการรักษาสัญญาที่ผมให้ไว้กับเขาให้ได้ ยิ่งกว่าคนไหนๆ ผมจะต้องนำเสนอเรื่องของเขาไปให้คนทั้งโลกดูให้ได้” นิคกล่าว
ซึ่งเขาก็ทำตามสัญญานั้นได้ เมื่อการเดินทางในครั้งนั้นมาถึง Enfold ในที่สุด Nightingale จะได้มีรอบปฐมทัศน์ครั้งแรกในเอเชียอาคเนย์ นอกจากนี้ยังได้ Carl Stone, Eli Keszler และ Jim O’Rourke & Eiko Ishibashi มารับหน้าที่ถ่ายทอดดนตรีที่สื่อถึงเรื่องราวในห้องฟังเพลง Nightingale ให้ดังไกลมาถึง The Fields
คืนที่ 3: เสียงในฐานะประสบการณ์ที่มีร่วมกัน
การฉาย Geinoh Yamashirogumi รอบพิเศษ l วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม | Baan Bardo
ในคืนสุดท้าย การฟังเพลงในระดับบุคคลจะกลายมาเป็นประสบการณ์ร่วมของคนหมู่มาก
Geinoh Yamashirogumi คือผลงานกำกับโดยนิค อำนวยการสร้างโดย Wonderfruit ที่จะพาเราก้าวสู่โลกของกลุ่มศิลปินชาวญี่ปุ่นผู้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากการทำซาวด์แทร็กให้กับภาพยนตร์อนิเมะชื่อดัง Akira อย่างไรก็ดี Geinoh Yamashirogumi เป็นมากกว่าวงดนตรี เพราะสมาชิกไม่ได้มีแค่นักดนตรี แต่ยังมีนักประสาทวิทยา นักวิจัย นักมานุษยดนตรีวิทยา และผู้คนจากสาขาอาชีพอื่นๆ อีกมากมาย ที่มารวมตัวกันผ่านความสนใจในเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไปได้ของการสร้างเสียงดนตรีร่วมกันเป็นหมู่คณะ
Baan Bardo จะฉายโปรเจกต์สารคดี Geinoh Yamashirogumi ที่เป็นการร่วมงานกันของ WF x Nick Dwyer รอบพิเศษ โดยเราจะได้ฟังดนตรีที่มีความเกี่ยวโยงกับเรื่องราวทางจิตวิญญาณ จารีตประเพณี และซาวด์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์จาก Mong Tong และ Howie Lee ผู้พาให้บทสนทนานี้ไปไกลกว่าในภาพยนตร์
เป็นมากกว่าภาพเคลื่อนไหว
ตลอดทั้ง 3 คืน การฟังของเราจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากแมลงและเสียงจากธรรมชาติ ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องฟังเพลงที่ดนตรีกลายมาเป็นดังที่พักใจ จากนั้นจะพาเข้าสู่โลกของการสำรวจเสียงร่วมกันผ่านพิธีกรรม ประเพณี และการถ่ายทอดความเชื่อและเสียงดนตรีแบบเป็นหมู่คณะ
สิ่งที่ภาพยนตร์สารคดีเหล่านี้มีร่วมกัน คือความอยากรู้อยากเห็นแบบเดียวกับที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้กับนิคมานานกว่า 3 ทศวรรษ หากลองตั้งใจฟังเสียงเหล่านั้นให้ดี เรื่องราวใหม่อีกเรื่องจะเริ่มปรากฏขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ สถานที่ ชุมชน หรือวิธีการรับรู้สิ่งต่างๆ ในโลกใบนี้
ที่ Wonderfruit เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้จบลงที่แสงสว่างบนจอค่อยๆ มืดลง เพราะภาพยนตร์จะค่อยๆ ซึมซับผ่านโลกรอบๆ มัน ศิลปินจะรับเอาบรรยากาศในนั้นมาถ่ายทอดให้ผู้ชมได้มารวมตัวกัน เพื่อฟังสิ่งที่จะช่วยจุดประกายความสร้างสรรค์ในเวลาต่อไป
และสำหรับนิคแล้ว แนวคิดเบื้องหลังการทำสิ่งเหล่านี้นั้นเรียบง่ายมากนั่นคือ “การให้ทุกคนได้มารวมตัวกันผ่านพลังของภาพยนตร์และเสียง”
























