
บทสนทนาระหว่างภาพยนตร์และเสียง
- อัปเดตล่าสุด
- เผยแพร่เมื่อ
- หมวด
- Sound
ประสาทสัมผัสเป็นตัวกำหนดแนวทางการใช้ชีวิตของเรา และยังทำให้ทุกช่วงเวลามีรายละเอียด บรรยากาศ และให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป ในขณะที่ภาพสามารถเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด บทเพลงที่คุ้นหูก็สามารถพาเรากลับไปยังที่ที่เราไม่ได้ไปเยือนมาพักใหญ่ได้ หรือในบางครี่ง เรามีปฏิกิริยาสนองตอบต่อสิ่งรอบตัวก่อนที่จะกลั่นกลองความรู้สึกออกมาเป็นคำอธิบายได้ด้วยซ้ำ
เมื่อภาพและเสียงโคจรมาเจอกัน ต่างฝ่ายต่างช่วยเสริมกันให้เรารับรู้สื่อนั้นๆ ได้ในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ดนตรีสามารถเปลี่ยนฉากที่คุ้นเคยให้กลายเป็นสิ่งที่ปลอบประโลมใจหรือทำให้รู้สึกปั่นป่วน ส่วนภาพเคลื่อนไหวหรือสภาพแวดล้อมรอบตัวก็สามารถมอบความหมายใหม่ให้กับท่วงทำนองได้เช่นกัน
ปีนี้ The Fields จึงกลายมาเป็นพื้นที่ทดลองสำหรับการสำรวจผัสสะการรับรู้ทั้งสองที่มาสอดประสานกันผ่านภาพยนตร์และเสียง โดยสองโปรแกรมใหม่เป็นการจับคู่ภาพยนตร์กับการแสดงดนตรีสดให้กลายมาเป็นบทสนทนาโต้ตอบกัน ชวนให้เราได้รับชมและรับฟังสิ่งต่างๆ ในรูปแบบที่ต่างออกไป มีทั้งภาพยนตร์สารคดีที่ได้แรงบันดาลใจจากดนตรี สถานที่ และประเพณีที่ทำสืบกันมา ไปจนถึงการตีความภาพยนตร์ขึ้นใหม่ด้วยการสร้างสรรค์เพลงประกอบหนังแบบเรียลไทม์ โดยหนังจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของการแสดงดนตรี และเสียงเองก็ตอบสนองต่ออารมณ์และจังหวะที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ บนจอ ท่ามกลางบรรยากาศของการรวมตัวกันเพื่อดื่มด่ำสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าซึ่งหาไม่ได้จากที่ไหน
จากเสียงสู่ภาพเคลื่อนไหว: โลกของ Nick Dwyer

Nick Dwyer ผู้กำกับภาพยนตร์จากนิวซีแลนด์ใช้เวลามากกว่า 30 ปีในการเสาะหาสรรพเสียง ความชื่นชอบในเสียงเพลงทำให้เขาเริ่มงานในสถานีวิทยุตอนอายุ 14 ปี ซึ่งท้ายที่สุดแล้วความหลงใหลนี้ก็ได้พาเขาออกเดินทางไปทั่วโลก ก่อนที่จะมาลงหลักปักฐานในญี่ปุ่น ซึ่งสารคดีของเขามีจุดเริ่มต้นมาจากดนตรี ที่นำไปสู่การสำรวจผู้คน สถานที่ วัฒนธรรม และเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่เขาพบพานตลอดการเดินทาง
The Insect Musicians จะพาไปสำรวจวัฒนธรรมการฟังเสียงแมลงต่างดนตรีที่มีมานานนับพันปี A Century in Sound: Episode 4 “Nightingale” นำเสนอพื้นที่อบอุ่นกะทัดรัดที่ไว้สำหรับฟังแผ่นเสียงโดยเฉพาะ ในขณะที่การฉาย Geinoh Yamashirogumi เวอร์ชันพิเศษ พาเราไปดูพิธีกรรมและการทำเพลงร่วมกันของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งกลายมาเป็นประเพณีที่ทำเป็นประจำทุกปี แต่ละเรื่องทำให้เราได้ไปทำความรู้จักกับสถานที่ วัฒนธรรม และผู้คนที่มอบชีวิตให้กับเสียงเหล่านั้น
ในโอกาสนี้ นิคจะพาสารคดีทั้ง 3 เรื่องของเขามาฉายใน 3 เวนิวทั่วทั้ง The Fields ตลอดทั้ง 3 คืน โดยแต่ละเรื่องจะถูกจับคู่กับศิลปิน ผู้ที่จะสร้างสรรค์การแสดงดนตรีสดซึ่งตีความเรื่องราวในหนังให้ไปไกลกว่าแค่บนจอ
ก้าวเข้าสู่โลกของนิคและสำรวจสารคดีทั้ง 3 เรื่องของเขาได้ที่นี่
ร้อยเรียงเสียงใหม่ให้ภาพยนตร์
การร่วมงานกันระหว่าง WF × ROVR × Dhutanga Cinema

ขณะที่สารคดีของ Nick Dwyer คือการตามรอยดนตรีเพื่อสำรวจชีวิตและพื้นที่ที่เกี่ยวโยงกับเสียงเหล่านั้น โปรแกรมนี้มีสารตั้งต้นมาจากตัวภาพยนตร์เองพร้อมคำถามที่ว่า จะเป็นอย่างไรถ้าเราปิดเสียงต้นฉบับของหนังเรื่องนั้น แล้วศิลปินจะตีความเรื่องราวใหม่ผ่านการสร้างสรรค์เสียงที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียว
ตลอดทุกวันที่เทศกาล เราจะฉายภาพยนตร์ตั้งแต่กลางวันไปจนถึงกลางคืนแบบเต็มเรื่องแต่ปิดเสียงต้นฉบับไว้ โดยนักดนตรี ซีเล็กเตอร์ ผู้กำกับ ดีเจ หรือกลุ่มศิลปิน จะแสดงดนตรีประกอบแบบสดๆ โดยใช้แผ่นเสียง ซีดี เทปคาสเซ็ต หรือดนตรีแอนะล็อกรูปแบบอื่นๆ ตอบสนองการเคลื่อนไหว บรรยากาศ จังหวะ ความตึงเครียด สีสัน หรือแม้แต่ความเงียบ ออกมาในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งเป็นการก้าวข้ามกรอบของดนตรีประกอบภาพยนตร์แบบดั้งเดิม
ภาพยนตร์และศิลปินที่เราคัดสรรมาจากนานาประเทศและหลากวัฒนธรรม คุณอาจจะได้พบกับหนังรางวัล หนังคัลต์ งานทดลอง ไปจนถึงภาพยนตร์จากภูมิภาคอื่นๆ และหนังดีที่ถูกมองข้ามไปจากทุกแนวและทุกยุคสมัย ซึ่งการจัดฉายจะเปลี่ยนไปตามบรรยากาศในช่วงเวลานั้นๆ เช่นช่วงกลางวันจะฉายผลงานที่เปิดให้เกิดการตีความ ชวนให้คิดตาม หรือเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และเมื่อค่ำคืนมาเยือนเราจะได้รับชมผลงานที่ลุ่มลึก คลุมเครือ และชวนดื่มด่ำยิ่งขึ้น
มีภาพยนตร์ที่อยากแนะนำเราหรือเปล่า ผู้กำกับหรือคนทำหนังท่านไหนอยากให้ผลงานของคุณได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมนี้ สามารถส่งผลงานของคุณได้ที่นี่ ภาพยนตร์ที่ได้รับคัดเลือกจะถูกจับคู่กับศิลปินผู้ที่จะสร้างสรรค์การตีความใหม่ผ่ายเสียงดนตรีแบบสดๆ ที่ Wonderfruit
นอกจากโปรแกรม Cinema & Sound ของเราแล้ว ยังมีการจัดฉายสื่อภาพเคลื่อนไหวอื่นๆ อีกมากมายทั่วทั้ง The Fields นำเสนอประสบการณ์รับชมที่หลากหลายและนอกเหนือไปจากแนวคิดนี้เช่นที่ Unconditional Space
























