Listen to:
Expand Mini Player

ผืนป่าของเรา: พื้นที่สีเขียวที่เติบใหญ่ไปพร้อมกับงาน

อัปเดตล่าสุด
เผยแพร่เมื่อ
หมวด
พื้นที่ของเรา

The Fields คือสถานที่ที่มีพลวัตรอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่ผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาเป็นผู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ยังรวมไปถึงธรรมชาติสีเขียวที่เติบโตอย่างต่อเนื่องแม้จะจบงานไปแล้วด้วย

พื้นที่ที่ใช้จัดงานของเราเคยเป็นไร่สับปะรดและมันสำปะหลังสำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรมมาก่อน ซึ่งการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นเวลาหลายสิบปีเช่นนี้ทำให้เนื้อดินแตกระแหงและขาดความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงไปด้วย

ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้เริ่มโครงการ Rewilding ซึ่งเป็นการฟื้นฟูผืนป่าที่เราทำกันมาตั้งแต่ปี 2022 โดยเราร่วมงานกับ SUGi และบ้านสวนออนซอน รวมทั้งนักปลูกป่าในท้องที่ในการนำพันธุ์ไม้ท้องถิ่นมาปลูกโดยใช้วิธีแบบมิยาวากิ ซึ่งเป็นการปลูกต้นไม้สายพันธุ์ที่ต่างกันในบริเวณใกล้กัน เพื่อให้พวกมันแย่งกันรับแสงและเติบโตขึ้นมาเป็นผืนป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอย่างหนาแน่น จากตรงนั้น ธรรมชาติก็จะเริ่มปรับตัวและเจริญงอกงามได้ด้วยตัวเอง ต้นอ่อนจะค่อยๆ เติบใหญ่ พื้นที่ว่างเปล่าจะกลายมาเป็นพงไม้ทึบหนา ลานโล่งแจ้งเริ่มมีร่มเงาที่นก ผึ้ง และสิ่งมีชีวิตตัวน้อยเริ่มมาอาศัย

Rewilding สำหรับเราเป็นมากกว่าแค่การนำต้นกล้าลงดิน เพราะป่าถือเป็นจุดกำเนิดของชีวิตตามความเชื่อของคนไทยมาหลายชั่วอายุคน เพราะป่าเป็นได้ทั้งหมอ ด้วยผลผลิตทางธรรมชาติมีสรรพคุณในการรักษาโรค ทั้งยังเป็นครัวที่ให้อาหารบำรุงร่างกาย เป็นเพื่อนผู้ให้ที่พักพิงและการปลอบโยนกับเรา ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่การให้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเกื้อกูลกันระหว่างป่าและเรา ยิ่งเราให้ความใส่ใจกับมันมากเท่าไหร่ ป่าก็จะยิ่งเผยว่ามันสามารถสอนและให้อะไรกับเราได้บ้าง ซึ่งการทำให้พื้นที่ของเรากลับมาอุดมสมบูรณ์เป็นไปเพื่อฟื้นคืนความสัมพันธ์ระหว่างคนและธรรมชาติที่มีมาช้านานนี้ให้กลับคืนมา ด้วยการนำพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่เคยหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตคนในท้องถิ่นมาปลูก และนำภูมิปัญญาด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยมาให้ได้เรียนรู้กันที่งาน

มาจนถึงตอนนี้ Rewilding ก็กลายมาเป็นสิ่งที่เราทำกันเป็นประจำทุกปี จากพื้นที่สีเขียวจุดเล็กๆ ก็กลายมาเป็นผืนป่าทั่วทั้ง The Fields ที่มีไม้พื้นถิ่นจำนวนมากกว่า 100,000 ต้นกระจายตัวตามจุดต่างๆ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกันไปตามพืชพรรณและวิธีการปลูก มาทำความรู้จักกับป่าของเราได้ที่ด้านล่างนี้เลย

Ancestral Forest

หากคุณมีโอกาสได้มาเยือนป่าแห่งนี้ คุณคงนึกไม่ถึงว่าอันที่จริงแล้วที่นี่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นได้ไม่นานนี้เอง

Ancestral Forest คือจุดเริ่มต้นของการฟื้นคืนผืนป่าของเราเมื่อปี 2022 ต้นกล้าต้นแรกได้หยั่งรากลงดินด้วยฝีมือของ SUGi และบ้านสวนออนซอนโดยใช้วิธีการปลูกป่าแบบมิยาวากิ เพียงแค่ 4 ปี ที่นี่ก็กลายมาเป็นผืนป่าย่อมๆ อันอุดมสมบูรณ์ที่ธรรมชาติ ศิลปะ ความรู้ และมนุษย์ได้อยู่ร่วมกัน

เมื่อเดินมาตามทางคดเคี้ยว ป่าแห่งนี้ก็จะค่อยๆ เผยโฉมให้คุณเห็นทีละน้อย โดยต้นไม้แต่ละต้นเป็นบ้านที่ชันโรงหรือผึ้งไม่มีเหล็กในอาศัยอยู่ มีสมุนไพรและพืชที่ใช้เป็นยารักษาโรคตามตำรับแพทย์แผนไทยงอกงามอยู่ใกล้ๆ ศิลปะซ่อนตัวอยู่ตามกิ่งก้านสาขาน้อยใหญ่ และมีเสียงดนตรีจาก Forest Stage ดังก้องผ่านพงไพร เวิร์กช็อปและงานศิลปะจัดวางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในบริเวณนี้เชื้อเชิญให้เราได้ทำอะไรช้าลง เพื่อสัมผัสภูมิทัศน์รอบๆ ได้มองดูสิ่งรอบตัวอย่างใกล้ชิด และได้รับรู้ว่าขณะที่ต้นไม้ค่อยๆ เติบใหญ่ โลกรอบๆ นั้นก็เติบโตไปพร้อมกับมันด้วย

Yang Na Forest

Yang Na Forest คือป่าที่เกิดขึ้นใหม่โดยได้สถาปนิกจาก TK Studio มาร่วมออกแบบภูมิทัศน์ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อ Mother Tree หรือต้นยางนาต้นยักษ์ของเรา ที่นี่ต้นกล้าเล็กๆ ของต้นยางนาเริ่มเติบโต ค่อยๆ แปรเปลี่ยนพื้นที่รอบข้างและทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพกลับมา ซึ่งในอนาคตจะสร้างร่มเงา เป็นที่พักพิงแห่งใหม่ให้หลายชีวิต และกลายเป็นทางเดินเงียบๆ ให้ผู้คนได้เดินผ่าน รวมตัว และใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ

เมื่อต้นไม้เติบใหญ่ เราจะได้เห็นการแผ่กิ่งก้านสาขาที่กลายมาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่าง “การหลบยอดไม้” ที่เรือนไม้ของแต่ละต้นจะเว้นช่องว่างให้แสงลอดผ่านระหว่างกัน โดยที่ใบของพวกมันไม่สัมผัสโดนกันเลย นี่เป็นสิ่งเล็กๆ ที่งดงามซึ่งแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกัน แต่เว้นที่ว่างให้ต่างคนได้เติบโตงดงามในพื้นที่ของตัวเอง

Medicinal Plant Village

มนุษย์และธรรมชาติมีความสัมพันธ์ที่แยกขาดจากกันไม่ได้มาเป็นเวลาช้านาน และ Medicinal Plant Village ที่ซ่อนตัวอยู่ใน Ancestral Forest จะทำให้ความสัมพันธ์นี้กลับมาแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นผ่านอาหาร ยา และการดูแลรักษาร่างกาย โดยใช้ความรู้ด้านการรักษาด้วยภูมิปัญญาไทย รวมถึงการแพทย์แผนปัจจุบัน

เมื่อเดินผ่านสวนที่เต็มไปด้วยไม้ใบ คุณจะได้พบกับพืชพรรณมากกว่า 30 ชนิดเติบโตอยู่ในกระท่อมไม้ 6 หลัง มีสมุนไพรท้องถิ่นที่ช่วยทั้งเรื่องระบบการย่อยอาหาร เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยต่อต้านแบคทีเรีย และพืชมีกลิ่นหอมที่ใช้สำหรับการรักษาด้วยวิธีต่างๆ ทางธรรมชาติ

ที่นี่ ความรู้อยู่คู่พืชพรรณ แต่ละต้นไม่ได้เพียงแค่ให้ความสวยงาม แต่ยังมีเรื่องราวเบื้องหลังเกี่ยวกับการใช้สอยในชีวิตประจำวัน และภูมิปัญญาที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคนด้วย

Suan Som Rom

ที่อีกมุมหนึ่งของ The Fields ก็มีผืนป่าอีกแห่งถือกำเนิดขึ้น

สวนสมรมเป็นภูมิปัญญาทางการเกษตรของไทยที่ตกทอดมาจากมันสมองของมนุษย์นับพันปี นี่คือสวนแบบไทยที่ไม้ผล ไม้ยืนต้น สมุนไพร และพืชกินได้ ขึ้นสลับกันเลียนแบบพืชในป่าที่เติบโตเป็นชั้นซ้อนกันตามธรรมชาติ และมีมือหลายคู่ที่เป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดวัฒนธรรม เมื่อทีมงานได้ชวนเพื่อนๆ ครอบครัว และคอมมิวนิตีที่เติบโตขึ้นของเรามาร่วมกันปลูกต้นไม้ใน Rewilding ปีนี้

ในสวนเกิดใหม่นี้มีต้นไม้กว่า 123 สายพันธุ์ มีทั้งมะขาม ขนุน มะรุม กล้วย และอีกมากมายเป็นจำนวนกว่า 22,781 ต้น เป็นการสร้างความหลากหลายที่พืชนานาชนิดเติบโตอย่างเกื้อกูลในพื้นที่เดียวกัน พวกมันช่วยทำให้อากาศเย็นลง รักษาความชุ่มชื้นของผิวดิน ทั้งยังเป็นที่อยู่ของนกและแมลงด้วย

Growing with the land

การปลูกป่าต้องใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อรอจนกว่าฝนและความร้อนจะผ่านพ้นไปจึงจะสามารถหยั่งรากลงในผืนดินได้อย่างมั่นคง เมื่อร่มไม้แผ่กิ่งก้าน ผืนดินที่ครั้งหนึ่งเคยว่างเปล่าก็เกิดความอุดมสมบูรณ์ สิ่งที่เริ่มต้นจากการเป็นความพยายามฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์กลายมาเป็นการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน 

พื้นที่นี้ไม่ได้เป็นแค่ที่ว่างเปล่าให้สร้างอะไรขึ้นมาตามอำเภอใจ แต่เป็นการพาไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรืออาศัยอยู่ในที่แห่งนั้นบ้าง เมื่อภูมิทัศน์เกิดการเปลี่ยนแปลง เราเองก็เติบโตไปพร้อมๆ กับมันด้วย เส้นทางเดินทอดยาวไประหว่างต้นไม้แต่ละต้น เวิร์กช็อปและศิลปะจัดวางได้แรงบันดาลใจจากสิ่งที่เติบโตรายรอบพวกมัน งานสถาปัตยกรรมได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ

ความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับศิลปะและพื้นที่ของเรา เป็นแรงบันดาลใจให้การร่วมงานทั่วทั้ง The Fields ใน Ancestral Forest มีผลงานจากพินรี สัณฑ์พิทักษ์อย่าง Gathering Tables Wonderfruit ที่เป็นพื้นที่สำหรับให้ศิลปะ ธรรมชาติ และชุมชนได้มารวมอยู่ด้วยกัน ขณะที่ Steam Hut นำการอบไอน้ำด้วยสมุนไพรแบบดั้งเดิมมาให้คุณได้พักผ่อนฟื้นฟูร่างกายท่ามกลางธรรมชาติ ดุษฎี ฮุนตระกูล ถ่ายทอดศิลปะออกมาในแง่มุมที่เราคาดไม่ถึงด้วยผลงาน For Going Out or Gardening ที่รูปทรงอันน่าอัศจรรย์ที่ทำขึ้นมาจากทองเหลืองปรากฏตัวอยู่ระหว่างกิ่งไม้และก้อนหิน เป็นการพรางเส้นแบ่งระหว่างความธรรมดาในทุกวันและความมหัศจรรย์ให้ใกล้กันมากขึ้น และปีนี้ที่ป่าของเราเติบโตขึ้น เราก็ได้ต้อนรับผลงานของ Isabel และ Alfredo Aquilizan อย่าง How Long After the Sunset Until It Gets Dark ให้มาร่วมแสดงในพื้นที่สีเขียวเช่นกัน

ในส่วนอื่นๆ ของ The Fields ยังมี Sanitas Studio กับผลงาน Mindfulness Amidst Changes ที่สะท้อนสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบๆ โครงสร้างที่ตกแต่งด้วยกระจก ซึ่งแปรเปลี่ยนไปตามพืชพรรณ แสง และผู้คนที่เดินผ่านไปมา ขณะที่โครงสร้างต่างๆ ที่ออกแบบโดย Ab Rogers ก็พัฒนาไปพร้อมๆ กับ The Fields ที่เติบโตอยู่เรื่อยๆ ที่ Forest Stage ความสนใจของเราเปลี่ยนจากสิ่งที่มองเห็นได้ไปเป็นสิ่งที่เราสามารถได้ยิน เมื่อสารคดี The Insect Musicians ของ Nick Dwyer พาเราไปทำความรู้จักวัฒนธรรมการฟังเสียงแมลงเพื่อการสันทนาการที่มีมานานนับพันปี สิ่งต่างๆ เหล่านี้มอบวิธีที่ทำให้เราเข้าถึงพื้นที่นี้ได้ใกล้กว่าเดิมผ่านการรวมตัวกัน การเยียวยา การทบทวน เสียง หรือเรียบง่ายกว่านั้นคือการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่มักจะถูกมองข้ามไป

การปลูกต้นไม้ยังคงดำเนินไปพร้อมๆ กับความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้น ป่าจะเติบใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ร่มเงาเล็กๆ จะยิ่งแผ่ขยายใหญ่ขึ้น และประสบการณ์ใน The Fields จะเปลี่ยนไปตามการมีอยู่ของพวกมัน ตลอด 4 ปีหลังจากที่เริ่มทำสิ่งนี้ งานของเราไม่เพียงแต่ทำให้สิ่งที่หายไปคืนกลับมา แต่ยังเป็นการเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกับสิ่งที่มีอยู่ และเปิดโอกาสให้ผืนดินมีส่วนร่วมในการกำหนดว่า The Fields จะเป็นอย่างไรต่อไป